การซื้อขาย forex ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทุกๆวันจำนวนเทรดเดอร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมนี้ อย่างไรก็ตามเทรดเดอร์หน้าใหม่ทุกคนจะมองหาโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดที่ดีเสมอ

แม้แต่เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญที่มีกลยุทธ์การซื้อขายที่ดีก็ยังทำการซื้อขายกับโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าเงินทุนของพวกเขาปลอดภัย

และนี่คือโอกาสของคุณ หากคุณกำลังจะเป็ฯโบรกเกอร์ forex ที่ยุติธรรมและเป็นมืออาชีพ! แต่คุณจะเริ่มอย่างไร? คุณจะเอาชนะโบรกเกอร์ที่โด่งดังได้อย่างไรและอะไรคือความลับสำคัญของโบรกเกอร์ forex ที่ใหญ่ที่สุดในโลก? พวกเขายังคงอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างไร?

คุณจะประหลาดใจที่ได้ทราบความลับสำคัญของชื่อเสียงของโบกรเกอร์หลังการอ่านบทความนี้ ฉะนั้นมาเริ่มกันเลย

รูปแบบการดำเนินการคำสั่งซื้อSTP

รูปแบบแรกตือ STP(Straight through Processing) ซึ่งโบรกเกอร์ส่งคำสั่งซื้อของลูกค้าไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยตรงไม่อาศัยสื่อกลางใดๆ

อิงจากการดำเนินการซื้อขาย ผุ้ให้บริการสภาพคล่องเสนอราคาที่เป็นไปได้มากที่สุดเพื่อทำการซื้อขายกับผู้ค้ารายย่อย เพื่อให้แม่นยำโบรกเกอร์เป็นเพียงสะพานเชื่อมระหว่างผู้ให้บริการสภาพคล่องและคำสั่งซื้อของลูกค้า

รูปแบบนี้มักถูกอ้างถึงรูปแบบค่านายหน้า A-Book และโบรกเกอร์มักสร้างรายได้จากการคิดค่าบริการแบบ mark-up(สเปรดที่โบรกเกอร์ได้รับจากผู้ให้บริการสภาพคล่อง + กำไรของเขา)

สิ่งนี้มักเป็นรูปแบบการดำเนินการคำสั่งซื้อที่เทรดเดอร์มืออาชีพมองหา เพราะไม่มีความคัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างโบรกเกอร์และลูกค้า ในกรณีของบัญชี STP เทรดเทอร์มักทำการซื้อขายเพื่อสเปรดเท่านั้นโดยไม่มีค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเปิดและปิดการซื้อขายใดๆ

รูปแบบการดำเนินการคำสั่งซื้อ ECN

เทรดเดอร์มืออาชีพยังมองหาบัญชี ECN เพราะว่าบัญชี ECN ควรให้สเปรดดิบที่ได้รับโดยตรงจากผู้ให้บริการสภาพคล่องและเทรดเดอร์ถูกคิดค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเกิดและปิดการซื้อขาย บัญชีประเภทนี้มักต้องการการซื้อขายระหว่างวันที่รวดเร็วและกลยุทธ์การซื้อขายทำกำไรช่วงสั้นๆ

อีกหนึ่งรูปแบบการดำเนินการคำสั่งซื้อถูกเรียกว่า ECN – Electronic Communication Network รูปแบบECN ทำการแบบเดียวกับรูปแบบ STP แตกต่างกันเพียงคู่สัญญาของเทรดเดอร์สามารถเป็นลูกค้ารายอื่นได้และคุณในฐานะโบรกเกอร์ ECN ที่ดีที่สุด รับเงินโดยคิดค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายของลูกค้าทั้งสอง

ในกรณีของบัญชี ECN และ STP การเลือกผู้ให้บริการสภาพคล่องที่มีคุณภาพสูงขึ้นเท่าที่เป็นไปได้นั้นสำคัญมากต่อธุรกิจของคุณ

การดำเนินการคำสั่งซื้อของ Dealing Desk

รูปแบบที่สามคือรูปแบบการดำเนินงานแบบ B-Book ซึ่งซับซ้อนกว่าเล็กน้อยและมอบโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับ บริษัทหลักทรัพย์

สถิติบอกว่ามีเทรดเดอร์เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ทำเงินอย่างต่อเนื่องและที่เหลือ 95 เปอร์เซ็นต์ขาดทุน ดังนั้นโบรกเกอร์ Dealing Desk (market making) ทำอะไร พวกเขาเปิดสถานะตรงข้ามหรือไม่เมื่อลูกค้าของพวกเขาเปิดการซื้อขายในตลาด

ดังนั้นตามสถิติหลักของ forex โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุดในไทย ที่ใหญ่ที่สุดจะมีโอกาส 95 เปอร์เซ็นต์ที่จะชนะการซื้อขายตามที่พวกเขารับตำแหน่วตรงกันข้ามกับลูกค้าของพวกเขา

โบรกเกอร์สามารถทำกำไรได้อย่างมากผ่านระบบนี้ มันต้องการความรู้ทางเทคนิคในระดับสูงและติดตามกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าอย่างใกล้ชิด

เหตุผลง่ายๆ – หากเทรดเดอร์ทำเงิน งั้นคุณในฐานะโบรกเกอร์ Dealing Desk เสียเงินจำนวนเท่ากันนั้น แต่หากลูกค้าของคุณสูญเสียเงิน งั้นคุณสามารถได้เงินจำนวนเดียวกันนั้นได้

เพื่อกระจายความเสี่ยงโบรกเกอร์ Dealing Desk มักป้องกันความเสี่ยงคำสั่งซื้อกับบัญชีในinterbank market หรือผู้ให้บริการสภาพคล่องรายอื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published.